วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566

เที่ยวไปไหนดี กับภารกิจ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ในสัปดาห์ที่สิบห้า ของนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พลาดไม่ได้ กับภารกิจในสัปดาห์นี้ ที่จะพาทุกท่านไปเที่ยวแบบจุใจ ไปเที่ยวชมทะเลหมอก ตากอากาศเย็นๆ ที่ภูทับเบิก แวะไปชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมชมดอกไม้กำลังเบ่งบาน ที่น้ำตกหมันแดง และพักเติมพลังกาย กับอาหารสุดอร่อย ที่ร้านบัวยี่ กำแพงเพชร บอกเลยว่าฟินสุดๆ ถ้าไม่ไปเที่ยวตาม ระวังจะว้าวุ่นเอานะ  
ในสัปดาห์ต่อไป นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะพาคุณไปเที่ยวที่ไหน จะเหนือ กลาง ตะวันออก อีสาน หรือใต้ ติดตามได้ที่ เพจนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/THtourist365 
แล้วคุณจะไม่พลาดเรื่องราวและที่เที่ยวดี ๆ จากนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#365วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน
#AmazingThailand
#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม
#derbaag
#เดอะแบก
#นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566

ททท. ร่วมกับ สทท. จัดประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้ ส่งเสริมการขายกับตัวแทนจำหน่ายเตรียมกระตุ้น “ไทยเที่ยวใต้” ผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7 โปรโมชั่นสุดพิเศษนำร่อง Theme “หรอยแรงแหล่งใต้”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้ ส่งเสริมการขายกับตัวแทนจำหน่ายเตรียมกระตุ้น “ไทยเที่ยวใต้” ผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7 โปรโมชั่นสุดพิเศษนำร่อง Theme “หรอยแรงแหล่งใต้” เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. โดยมี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์) เป็นประธานการประชุมพร้อมมอบนโยบาย เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ นำร่อง ผ่านการเสนอขายของ Travel Agent ทั้ง Online และ Offline โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ มากกว่า 200 บริษัท สาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้  คือ การนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวคุณภาพในพื้นที่ภาคใต้ ตามแนวคิด “14 x 24 x 365 : หรอยแรง” หรือ “หรอยแรงแหล่งใต้” เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยจากทั่วประเทศ และเกิดกระแส “ไทยเที่ยวใต้” อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นการเสนอขายผ่านช่องทาง Online ที่สอดคล้องกับกระแสการตลาดในปัจจุบัน โดย ททท. จะนำเสนอขายผ่าน “ห้าง ททท. – TAT Department Store” ที่จะช่วยให้การกระจายสินค้าและบริการท่องเที่ยวเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง 
นอกจากนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์) และ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท.(นายสมชาย ชมภูน้อย) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้าใหม่ภาคใต้ รูปแบบห้าง ททท.Online และนวัตกรรมการเสนอขาย Online ที่เป็น Friendly User สำหรับ Travel Agent เพื่อให้ “ใครๆ ก็ขายได้” นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ แบบ Free Flow ด้วย 
ททท. และ สทท. มั่นใจว่า การประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้ ครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ แบบ Quick Win และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเร่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามนโยบายรัฐบาล  
โดยเฉพาะเปิดโปรโมชั่นพิเศษรับประกันความพึงพอใจผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7
รูปแบบ :- ห้าง ททท. (Tourism Department Store)
ห้าง ททท.Online โครงสร้างแบ่งออกเป็น 7 ชั้น 
(5 ภูมิภาคท่องเที่ยว คือ ภาคเหนือ - ภาคกลาง - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - ภาคตะวันออก -ภาคใต้) 
ประกอบด้วย :-
ชั้น 7 โปรโมชั่นพิเศษ (คือ โปรโมชั่นพิเศษ นำสินค้ามาลดราคาพิเศษ จัดรายการพิเศษเพื่อให้ ห้าง ททท.น่าสนใจ อาจลิ้งค์กับการ Liveสด 1 ชั่วโมงนาทีทอง แจกของฟรี เล่นเกมส์ วันที่ 1 เดือน 1 หรือ 2 เดือน 2 )
ชั้น 6 บริษัททัวร์ (คือ โปรแกรมทัวร์ที่บริษัททัวร์DMCในพื้นที่ขาย)
ชั้น 5 แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรม (คือ แหล่งท่องเที่ยวSTG แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวนน้ำ สวนสนุก สนามกอล์ฟ ฯลฯ)
ชั้น 4 ช้อปปิ้ง&สินค้าของฝาก (คือ ร้านขายของฝาก OTOP สินค้า GI สวนผลไม้ ฯลฯ)
ชั้น 3 โรงแรม ที่พัก (คือ โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ รถบ้าน แค้มป์ปิ้ง ที่พักอุทยานฯ กฟผ. ฯลฯ)
ชั้น 2 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (คือ ร้าน
อาหาร(แนะนำ) ร้านมิชลิน ร้านกาแฟ Workation ฯลฯ)
ชั้น 1 พาหนะเดินทาง (คือ รถตู้เช่า เรือ บขส.รถไฟ สนามบิน ฯลฯ)

วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566

พม.จัดกิจกรรม “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5” ขจัดการเลือกปฏิบัติ-ความรุนแรงต่อสตรี เน้นเสมอภาคระหว่างเพศ เสริมแกร่งพลังผู้หญิง พร้อมจัดนิทรรศการครอบคลุม 6 ประเด็น ของ SDG 5 ขณะเจ้าของบทประพันธ์ ‘มาตาลดา-พัดชา ชนุดม’ ร่วมงานด้วย


กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักและมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนงานตาม “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5” บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและเสริมพลังแก่ผู้หญิงและเด็กหญิง โดยมีนางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างความตระหนักและมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนงานตาม “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5” พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ผู้บริหารและนิสิตจากมหาวิทยาลัยบูรพา เข้าร่วมงาน ณ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี 
อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5 หรือ SDG 5 เป็นหนึ่งใน 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย SDG 5 มุ่งเน้นในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังผู้หญิงทุกคน ซึ่งมุ่งเน้นในการขจัดการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ การเสริมพลังสตรีในทุกมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การกำหนดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสตรีในทุกมิติ
อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ย้ำว่า หลักการในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ไม่ใช่เพียงเหมือนกันหรือเท่ากันเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยการคำนึงถึงความต้องการ ความจำเป็นที่แตกต่างหลากหลายของผู้หญิงกลุ่มต่างๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างสังคมแห่งความเสมอภาคระหว่างเพศและสังคมที่เสริมพลังสตรี ดังนั้น การขับเคลื่อน SDG 5 เพื่อให้บรรลุผล จึงต้องอาศัยการผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนที่จะเป็นพลังสำคัญของการขับเคลื่อนสังคม เนื่องจากเปี่ยมไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะได้เห็นตัวอย่างของการรวมพลังร่วมกันในการขับเคลื่อนการเสริมพลังสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยกระทรวง พม. ยืนยันในภารกิจสำคัญด้านการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในทุกมิติ การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศร่วมกับทุกคนเพื่อสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมและเสมอภาคสำหรับทุกคน
ขณะที่นางสาวกรรณนิกา เจริญลักษณ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กล่าวถึงกิจกรรมสร้างความตระหนักและมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนงานตาม “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 5” ว่า ตามที่ประชาคมโลกได้ให้การรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 โดยหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังผู้หญิง โดยเฉพาะ คือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 5 (SDG 5) บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมพลังของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน โดยตามมติที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลักการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้จัดทำแผนที่นำทาง SDG 5 และดำเนินการในประเด็นต่างๆ ตาม SDG 5 เช่น การจัดคู่มือการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ การเร่งขจัดความรุนแรงต่อสตรี การส่งเสริมผู้หญิงในระดับตัดสินใจ และการสร้างความเข้มแข็งของผู้หญิงทางเศรษฐกิจ เช่น ทักษะการเป็นผู้ประกอบการวินัยการเงิน เพื่อให้การขับเคลื่อน SDG 5 เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ SDG 5 ของภาคประชาชน 
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย นิทรรศการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5 ครอบคลุม 6 ประเด็น SDG 5 ได้แก่ 1.ความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกรูปแบบ 2.เข้าถึงสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ 3.ส่วนร่วมของผู้หญิงในการตัดสินใจทุกระดับ 4.การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้หญิงและเด็กหญิง 5.มีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ และ 6.การแบ่งเบาภาระงาน การดูแล และความรับผิดชอบในครัวเรือน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวที “TED Talk : SDG 5 เริ่มที่เรา” ที่สะท้อนมุมมองในเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมพลังสตรี โดย “ชลธิดา ยาโนยะ” เจ้าของบทประพันธ์มาตาลดา ตลอดจนการแสดงดนตรี “มุ่งสู่ความเสมอภาคระหว่างเพศ SDG 5” โดย “พัดชา ชนุดม สุขสถิตย์” อดีตนักร้องวง Chanudom และวงดนตรีของนักศึกษาด้วย

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566

เที่ยวไทยไปไหนก็ดี กับภารกิจ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน

เที่ยวไทยไปไหนก็ดี กับภารกิจ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ในสัปดาห์ที่สิบสี่ ของนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
พลาดไม่ได้ กับภารกิจในสัปดาห์นี้ ที่จะพาทุกท่านไปเที่ยวแบบจุใจ ไปเที่ยวชมทะเลหมอก ตากอากาศเย็นๆ ที่ภูทับเบิก แวะไปชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมชมดอกไม้กำลังเบ่งบาน ที่น้ำตกหมันแดง และพักเติมพลังกาย กับอาหารสุดอร่อย ที่ร้านบัวยี่ กำแพงเพชร บอกเลยว่าฟินสุดๆ ถ้าไม่ไปเที่ยวตาม ระวังจะว้าวุ่นเอานะ  
ในสัปดาห์ต่อไป นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะพาคุณไปเที่ยวที่ไหน จะเหนือ กลาง ตะวันออก อีสาน หรือใต้ ติดตามได้ที่ เพจนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/THtourist365 
แล้วคุณจะไม่พลาดเรื่องราวและที่เที่ยวดี ๆ จากนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
#365วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน
#AmazingThailand
#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม
#derbaag
#เดอะแบก
#นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เพราะถ้าเป็นเรื่องของลูก แม่ไม่ยอมเปิดสไตล์การเลี้ยงลูกฉบับ “ดิว – อริสรา” สู่แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก “Bébé Roo Baby Care”ตอบโจทย์ความทุ่มเทที่จะดูแล และปกป้องลูกน้อย ของคุณแม่ยุคใหม่

 


ดิว - อริสรา ทองบริสุทธิ์ เซเลบริตี้ และบทบาทความเป็นคุณแม่ของน้องไซลาส จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care)” แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแล และบำรุงผิวสำหรับเด็ก จากแรงบันดาลใจประสบการณ์การเลี้ยงลูกสไตล์ “Kangaroo Mom” ที่พร้อมสนับสนุนให้ลูกเติบโตได้อย่างสมดุล เน้นการให้อิสระในการค้นหา ปล่อยให้ลูกได้ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ โดยมีแม่เคียงข้าง และคอยสนับสนุนอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Bébé Roo Baby Care ผ่านการคัดสรร และนำเข้าส่วนผสมจากต่างประเทศ รวมถึงคิดค้นเทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ในการดูแลผิวที่บอบบางของลูกน้อยมากที่สุด 
  “อะไรที่ว่าดี แม่ก็ไม่ยอมแพ้ที่จะทำเพื่อลูก” จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Bébé Roo Baby Care ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ทุกคน 
  ดิว - อริสรา ทองบริสุทธิ์ CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care) บอกเล่าบทบาทความเป็นคุณแม่กว่าหนึ่งปีเต็มว่า “เราพบว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะสรรหาของใช้ที่ดีที่สุดเพื่อลูกจากทั้งแหล่งซื้อขายในไทย และต่างประเทศ ไม่ว่าจะต้องรอนาน หรือราคาแพง ขอแค่มีคำบอกเล่าว่าเป็นของดีก็พร้อมจะซื้อมาลองเพื่อค้นหาสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับลูก จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการลองทำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกในสไตล์เดียวกับเรา ปล่อยให้ลูกได้ค้นหาสิ่งที่ชอบ และเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัวผ่านการหยิบจับสิ่งของต่างๆ เพื่อสร้างพัฒนาการทั้งด้านความคิด และเติบโตสมวัย” 
“Kangaroo Mom” (แม่จิงโจ้) สไตล์การเลี้ยงลูกของคุณแม่ยุคใหม่ ให้ลูกเติบโตในแบบที่เป็นตัวเอง

“ความรู้สึกเมื่อได้มาเป็นแม่คน เราไม่ได้คาดหวังให้ลูกเป็นตัวแทนเราในยุคสมัยนี้ และที่สำคัญไม่ต้องการเรียกร้องหรือต้องการให้ลูกใช้ชีวิตเพื่อเรา แค่อยากให้เขาได้เติบโตไปเป็นคนที่มีความสมดุลทั้งด้าน IQ และ EQ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ตนเองต้องการได้อย่างมีความสุข เราได้ศึกษาสไตล์การเลี้ยงลูกแบบต่างๆ และรู้สึกถูกใจกับแนวคิด “Kangaroo Mom” ที่เน้นอิสระให้ลูกได้ค้นหา และทำกิจกรรมที่ชอบด้วยตนเอง โดยพ่อแม่จะไม่เข้าไปบังคับ หรือตีกรอบมากจนเกินไปปล่อยให้ลูกได้ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ แต่มีแม่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ เสมอเวลาที่ลูกต้องการ เหมือนอย่างแม่จิงโจ้ที่ทะนุถนอมลูกน้อยไว้ในกระเป๋าหน้าท้อง ก่อนจะปล่อยให้เผชิญโลกกว้างเต็มที่เมื่อถึงเวลา ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยแนวคิดนี้คนเป็นแม่ต้องเตรียมพร้อมที่จะป้องกันไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆ รวมถึงความสกปรก มลภาวะ ซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ อย่างดิวเองก็เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจได้ว่าจะชะล้างสิ่งสกปรกได้หมด ที่สำคัญเน้นที่ความปลอดภัย และปกป้องได้อย่างอ่อนโยน เพื่อให้การเลี้ยงลูกสไตล์แม่จิงโจ้ของเราเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อแบรนด์ Bébé Roo ซึ่งมาจากคำว่า Kangaroo อีกด้วย”

อัดแน่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ จริงจังเรื่องการดูแลและปกป้องผิวลูกน้อย 
เพราะความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ดูแล และปกป้องลูกน้อยอย่างดีที่สุดให้กับคุณแม่ท่านอื่นๆ Bébé Roo Baby Care จึงนำเข้าสารสกัดที่มีความโดดเด่นจากต่างประเทศ รวมถึงคิดค้น และพัฒนาสารสกัดจากธรรมชาติมาใส่ไว้
ในผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์สไตล์การเลี้ยงลูกแบบคุณแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกได้เรียนรู้ และเผชิญโลกด้วยตนเองในขณะเดียวกันก็ปกป้องผิวบอบบางจากสิ่งสกปรกได้อยู่หมัด อาทิ 
- เซนเซีย แคโรต้า (Sensia Carota) สารสกัดจากแครอท อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Bébé Roo Baby Care มีคุณสมบัติในการปลอบประโลม และปกป้องผิวบอบบางเสมือนผิวหนังชั้นที่ 2 มอบความชุ่มชื้น และปรับจุลินทรีย์ในผิวให้อยู่ในภาวะสมดุล  
- โพลูสตอป (PolluStop) กลไกการปกป้องผิวหนัง และช่วยชำระสิ่งสกปรก จากมลภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  
- ไฮโดรมานิล (Hydromanil) สารสกัดธรรมชาติจาก “ต้นทาร่า” ผสานเทคโนโลยี ยี 3D-Matrix ช่วยในการปลดปล่อยสารสำคัญเข้าสู่ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน มอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ผิว ลดอาการผิวหลุดลอก 
- เซนเซอรีน (Senseryn) นวัตกรรมจากธรรมชาติ สารสำคัญจาก “ออร์แกนิคฮอบส์” ที่อุดมไปด้วยสาร Polyphenol มีคุณสมบัติจับกับ Bitter Taste Receptor (T2Rs) กระตุ้นการสร้าง Anti- microbial ลดการอักเสบ และรอยดำ
ช่วยปกป้อง และฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง 
- ดีเฟนซิล พลัส (Defensil Plus) สารสกัดจากสามทหารเสือแห่งธรรมชาติ Blackcurrant, Ballon Vine และต้นทานตะวัน ช่วยลดการอักเสบ ลดระคายเคือง และผื่นผิวหนังจากการอักเสบ
ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Bébé Roo Baby Care ประกอบไปด้วยกลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแล และบำรุงผิว ได้แก่
- Bébé Roo Head to Toe Hair & Body Wash – สบู่เหลวอาบน้ำ และแชมพูสระผมที่มีความอ่อนโยน 
- Bébe Roo Body Lotion - โลชั่นถนอมผิวเด็กเนื้อเข้มข้น ที่มอบความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง 
- Bébe Roo 3 in 1 Baby Balm - ผลิตภัณฑ์ 3 in 1 เบบี้บาล์มที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง 
และในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และลดการสะสมเชื้อโรคอย่างอ่อนโยน ทิชชู่เปียก (Wet Wipes) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

- Bébé Roo Baby Wet Wipes - ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก ปราศจากแอลกอฮอล์ และน้ำหอม 
- Bébé Roo Hygiene Wipes - ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก สูตรแอลกอฮอล์ Foodgrade สำหรับลดการสะสมของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อราทุกชนิด
“ดิวเชื่อว่าคุณแม่ยุคใหม่มีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือเราชื่นชอบการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการดูแลลูกอยู่เสมอ ที่สำคัญคือไม่หวงที่จะแบ่งปันเคล็ดลับ หรือสิ่งดีๆ ที่จะทำให้ลูกน้อยมีความสุขทั้งกายใจกับคุณแม่ท่านอื่น ซึ่ง Bébé Roo Baby Care คือความตั้งใจของดิวที่อยากแบ่งปันประสบการณ์การดูแล และปกป้องลูกอย่างเต็มที่ให้คุณแม่ทุกท่านได้สัมผัส และรู้สึกภูมิใจกับการได้เห็นลูกของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ”  
สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านขายยาชั้นนำ อาทิ Gourmet market, Villa market, Foodland, Fascino ร้านขายของแม่และเด็ก และผ่านช่องทางออนไลน์ทาง Lazada และ Line shopping สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เด็กแบรนด์ Bébé Roo Baby Care ได้ที่ Official IG: beberoobabycare https://www.instagram.com/beberoobabycare/ 

#BébéRoo #BébéRooBabyCare #ทางเลือกของแม่ยุคใหม่กับการดูแลที่ไม่แพ้ใคร 


 

วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566

ตามกระแส "ว้าวุ่น" ด้วยการออกไปเที่ยวเมืองไทยที่มีทั้งที่เที่ยวสวย ๆ อาหารอร่อย ๆ ผู้คน บริการ และวัฒนธรรมที่ต้องยกนิ้วให้ จนรู้สึกว้าวุ่นไปหมด เพราะเลือกไม่ถูก!

"ที่เที่ยวไทยก็สวยซะด้วยอะ ทีนี้ก็ลำบาก ก็ว้าวุ่นเลย ไหนจะอาหารอร่อย คนไทยอัธยาศัยดี บริการก็เด่น ธรรมชาติก็งดงาม วัฒนธรรมประเพณีก็ดีเลิศ ฯลฯ เธอจะเผลอใจไปเที่ยวที่อื่นบ้างไหม เขาก็มีถามเรา แต่เราก็บอกว่าไม่ เราไม่สนใจอยู่แล้ว ประเทศไทยทำให้ที่อื่นบนโลกใบนี้สวยน้อยลง"
ว้าวุ่นแบบนี้ ต้องออกไปเที่ยวให้หายว้าวุ่นซะแล้วสิ!
#AmazingThailand #เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566

depa จับมือกับ KMITL เปิดโอกาสสำหรับน้องๆ ทั่วประเทศ 🇹🇭✨

      พบกับหลักสูตรการเรียน สู่ทักษะในอนาคต
Upskill พัฒนาทักษะด้าน Artificial Intelligence (AI), Machine Learning (ML), และ Internet of Things (IoT) เสริมสร้างความรู้ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดในยุค Disruption
    💥 เรียนแล้ว ได้ใบ Certificate 💥
    ✅ หลังจบการอบรมผู้เข้าร่วมหลักสูตร มีสิทธิ์เข้าร่วม “Career Fair” พร้อม “สัมภาษณ์งาน” ในบริษัทชั้นนำ 🧑🏻‍💻✨

📌สมัครได้แล้ววันนี้ - 24 กันยายน 2566
ได้ที่ : https://forms.gle/ws8xjUH2k8LdpcjW6

#depa #AI #IoT #ML