วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

“Amphawa Food Experience”


ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ 
ลิ้มรสอาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์ และเมนูอาหารจากสินค้า GI 
ในงาน “Amphawa Food Experience” 
นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (รับผิดชอบจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร) เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ (มูลนิธิชัยพัฒนา) และกลุ่ม YEC จังหวัดสมุทรสงคราม กำหนดจัดกิจกรรมในชื่องาน “Amphawa Food Experience” ภายใต้โครงการ Thailand Festival Experience @ภาคกลาง ในระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2565 ณ บริเวณโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อให้เกิดการพักค้าง และสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามเพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการจดจำและบอกต่อ โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์ และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ Geographical Indications : GI (ส้มโอขาวใหญ่ ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก และพริกบางช้าง) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Online Social Media)
โดยภายในงานนักท่องเที่ยวจะพบกับกิจกรรมมากมาย ดังนี้

1. การเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นและสินค้า GI ในจังหวัดสมุทรสงครามจากชุมชนท่องเที่ยวการันตีโดยรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม/รีสอร์ท ชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA และ SHA Plus มาร่วมออกบูธนำเสนอเมนูอาหารถิ่นปรุงสุก สด สะอาด อร่อยและถูกหลักอนามัย กว่า 30 บูธ ซึ่งเป็นเมนูพิเศษที่จะหาทานได้ในงานนี้ เท่านั้น !!! อาทิ แกงเขียวหวาน ปลาทูลิ้นจี่ “พันธุ์ค่อมลำเจียก”, ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู, หอยหลอดผัดฉ่าทะเลเดือด, ส้มตำใบชะครามทอด & ยอดมะพร้าว, ยำส้มโอกุ้งสด, ขนมจีบนกไทย, ขนมช่อม่วง, ข้าวตูมะพร้าวน้ำหอม, มะนาวโห่สมูทตี้โยเกิร์ต, กาแฟน้ำหวานดอกมะพร้าว, ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม ฯลฯ 
2. ชมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ ฟรี !!! เฉพาะงานนี้ เท่านั้น !!! เช่น การจักสานทางมะพร้าว จากชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์, การทำขนมสัมปันนีแป้งกล้วย เป็นขนมโบราณสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นขนมไทยขึ้นชื่อของชุมชนบ้านบางพลับ, เขียนลายเบญจรงค์ จากบ้านเบญจรงค์บางช้าง, การเขียนหน้าหัวโขนจิ๋ว จากหัวโขนภูเตศวร, การทำน้ำตาลมะพร้าว และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ร้านภัทรพัฒน์ จากโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นต้น
3. เลือกซื้อแพคเกจที่พักในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA และ SHA Plus       จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ ภายในงานนี้ เท่านั้น
4. กิจกรรม Live สดผ่าน Facebook ประกอบอาหารเมนูเด็ดจาก Blogger / Influencer ชื่อดัง ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน ชมการแสดงดนตรีสดเบาๆ เคล้าคลอไปกับบรรยากาศอัมพวายามเย็น
5. พลาดไม่ได้กับจุดเช็คอินและมุมถ่ายภาพมากมาย ที่จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่าย (ภาพ) เตรียมตัวสะพายกล้องมาเดินเล่น และถ่ายภาพแบบชิลๆ แช๊ะ&แชร์ 
6. พิเศษกับกิจกรรม **ลุ้นรับของที่ระลึกจาก ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม “สุดปัง รับพลังบวก” แบบ Limited Edition ที่สายมูเตลู ห้ามพลาด !! เพียงเช็คอินถ่ายภาพบรรยากาศภายในงานฯ โพสต์ลง Facebook หรือ Social Media อื่นๆ ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #AmphawaFoodExperience โดยแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง Like & Share เพจ “TAT Samut Songkhram” จำนวน 20 ท่านแรก ทุกวัน ตลอดการจัดงาน *จำกัดสิทธิ์ 1 ท่านต่อ 1 ชิ้น เท่านั้น !!

มั่นใจด้วยมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัส COVID 19

- ผู้เข้าชมงานต้องได้รับการคัดกรอง 2 จุด คือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายบริเวณจุดทางเข้างาน และ Check in ผ่านแอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ ลงชื่อให้ชัดเจนในกรณีไม่มีสมาร์ทโฟน
- ในแต่ละโซนกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือแสดงหลักฐานรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Antigen Test (ATK) ผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง จากสถานพยาบาล
- บริการจุดตรวจ Antigen Test (ATK) ก่อนเข้าร่วมงาน กรณีผู้เข้าร่วมงานไม่มีหลักฐานการตรวจ ATK มาก่อนหน้านี้ 
- เมื่อตรวจผ่านแล้วจะได้รับสติ๊กเกอร์ซึ่งสามารถเข้าชมโซนอื่น ๆ โดยไม่ต้องตรวจซ้ำ
- ผู้เข้าร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ภายในบริเวณงาน 
- เว้นระยะห่างเมื่อเข้าคิวเลือกซื้ออาหาร และจัดโต๊ะรับประทานอาหารห่างกัน 1.5 เมตร, จัดวางเจลแอลกอฮอล์ไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในงาน เช่น หน้าร้านจำหน่ายอาหาร โต๊ะรับประทานอาหาร    และร้านค้าอื่น ๆ ภายในงานฯ 
- จัดเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลในพื้นจังหวัดสมุทรสงครามประจำบูธ เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวภายในงาน

ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวงาน “Amphawa Food Experience” ภายใต้โครงการ Thailand Festival Experience @ภาคกลาง ในระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2565 ณ บริเวณโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม สามารถแวะมาชม ชิม ช้อป แช๊ะ แชร์ ได้อย่างอิ่มอร่อย มีความสุข และปลอดภัย
 
นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อีกด้วย เช่น วัดอัมพวันเจติยาราม, อุทยาน ร.2, “ตาลพวา” คาเฟ่ในสวนมะพร้าวที่ได้รับความนิยม, คาเฟ่พระเครื่อง “บ้านพระครูติ” สำหรับเซียนพระเครื่องเท่านั้น และเที่ยวเสริมพลังบวก ตามแคมเปญ #เทรนดี้C2ภาคกลาง กันต่อที่           วัดนางตะเคียน ขอพร "ท้าวเวสสุวรรณ" อายุกว่า 400 ปี องค์แรกของจังหวัดสมุทรสงคราม ปฐมบทแห่งเมืองยักษ์ พร้อมคู่บารมีคือยักษ์แม่ใหญ่ (พระนางสุพรรณอัปสร) รูปปั้นนางยักษ์อายุกว่า 100 ปี โดยมีตำนานกล่าวขานมาเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หรืออิทธิปาฏิหาริย์มายาวนาน เป็นที่เลื่องลือไปไกล ทำให้มีคนเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ขอพรกันมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของโชคลาภ เป็นต้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th  หรือ Call Center  1672 เบอร์เดียว เที่ยวทั่วไทย

FB. TAT Samut Songkhram
#อัมพวา #สมุทรสงคราม #เมืองสายน้ำสามเวลา #เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง 
#เที่ยวเมืองไทยamazingยิ่งกว่าเดิม #ชิลล์ทั้งปีที่สมุทรสงคราม #เมืองลองต้องไป #เทรนดี้C2ภาคกลาง
#AmphawaFoodExperience #ThailandLocalExperience #TATSamutSongkhram

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อิ่มท้อง นอนสบาย ที่สิงห์บุรี


📍พบกับกิจกรรมเที่ยวสิงห์ อิ่มท้อง นอนสบาย 

เพียงเดินทางเข้าพักในโรงแรมที่เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี และลงทะเบียนผ่าน QR Code รับทันที คูปองส่วนลดค่าที่พักมูลค่า 200 บาท และร้านอาหารมูลค่า 150 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน นี้ จำกัดสิทธิ์เพียงแค่ 500 สิทธิ์ เท่านั้น!! 

เงื่อนไข
- เข้าพักในโรงแรมที่เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี 
- ลงทะเบียนผ่าน QR Code เมื่อเข้าพักในโรงแรม
- รับส่วนลด ค่าที่พักมูลค่า 200 บาทและค่าอาหารมูลค่า 150 บาท/ 1 คน / 1 สิทธิ์
- ใช้สิทธิ์ร่วมกับโรงแรมและร้านอาหารที่ผ่านมาตรฐาน SHA / SHA PLUS ที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น
คลิกดูแผนที่โรงแรมและร้านอาหารที่เข้าร่วมกิจกรรม 
>> https://www.google.com/maps/d/edit?mid=1vyJESKUhVPIHtDUgmyaKKyjxMoKKFWdQ&usp=sharing

🧳🏨 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
     Facebook: TAT Lopburi 
📞036 770 096-7 
#เที่ยวสิงห์อิ่มท้องนอนสบาย 
#amazingthailand
#TATLopburi #ทททลพบุรี
#SHA #SHAPLUS #SHAสิงห์บุรี
#ตะลอนไปทั่ว

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

นานาชาติปลื้ม “เพชรบุรี” อพท. ผลักดันสมศักดิ์ศรีเมืองสร้างสรรค์โลกด้านอาหาร

อพท. ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก เปิดเวทีระดับนานาชาติ ดึงเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สมศักดิ์ศรี ด้านผู้ว่าฯ เมืองเพชร โชว์วิสัยทัศน์พัฒนาเมือง 5 ปี   
นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. มอบหมายให้ นางสาววัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพท. เป็นผู้แทนกล่าวรายงานในพิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "Creative City Change Management" (3CM) ภายใต้กิจกรรมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบุรี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังผ่านระบบออนไลน์ และออฟไลน์ กว่า 300 คน กิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง อพท. จังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเปิดให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศจำนวน 7 เมือง ได้แก่ เมืองภูเก็ตและเมืองสุโขทัย (ประเทศไทย) เมืองอุซูกิและเมืองสึรุโอกะ (ประเทศญี่ปุ่น) เมืองเชิงตูและเมืองมาเก๊า (ประเทศจีน) และเมืองโอเวอร์แสตรนด์ (ประเทศแอฟริกาใต้) กิจกรรมต่อเนื่องนี้เกิดจากการที่จังหวัดเพชรบุรี ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งโอกาสและความท้าทาย  
***วางโรดแมพ 5 ปี พัฒนา 55 โครงการ***
ทางด้านนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ประธานในพิธี กล่าวว่า การพัฒนาเมืองตามแผนงาน (Roadmap) ระยะ 5 ปี นับจากนี้ไปของการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารของจังหวัดเพชรบุรี จะต้องมีแผนงานจัดการเพื่อการพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนให้สมกับที่จังหวัดป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร เพราะรายได้หลักของผู้คนในจังหวัดนี้มาจากการทำเกษตรกรรม ฉะนั้นเราจะต้องรณรงค์ให้การเกษตรของเราเป็นเกษตรอินทรีย์ ปลอดยาฆ่าแมลงและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ เช่น การเพาะหอยในทะเลโดยใช้ยางรถยนต์เป็นที่เกาะนั้นก่อให้เกิดสารปนเปื้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่จังหวัดต้องให้ความรู้และนำเสนอสิ่งใหม่ให้แก่ผู้เลี้ยงหอย เป็นต้น รวมถึงการสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ๆ ที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสร้างสรรค์ทางด้านอาหารให้มีความหลากหลายและยั่งยืน โดยในแผนงาน 5 ปี พ.ศ. 2565-2569 จะดำเนินงานรวม 55 โครงการ เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับทุกภาคส่วน และเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี 
มีทรัพยากรใช้อย่างไม่มีวันหมด ขณะที่ภาคเอกช​น ผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มตื่นตัว มีการเพิ่มเมนูอาหารที่เป็นอาหารถิ่นเพื่อตอบสนองการที่จังหวัดได้เข้าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร
 “จังหวัดเพชรบุรีได้รับเลือกเข้าเป็นเครือข่าย มาจากความมุ่งมั่นและตั้งใจดำเนินงานในหลายๆ กิจกรรม และมีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติทางด้านอาหาร กิจกรรม Creative City Change Management เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเมืองสร้างสรรค์ และประกาศถึงความตั้งใจของเมืองในการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์จังหวัดเพชรบุรี ผ่านกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ​ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งพันธกิจของการเป็นสมาชิก เพราะถือเป็นการรวมพลังในกลุ่มสมาชิก และการสานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการบริหารจัดการ”
***สมาชิกร่วมเปิดมุมมองการทำงาน***
  กิจกรรมนี้ อพท. ได้รับเกียรติจากผู้แทนเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก ประกอบด้วย ดร. ตติยาพร จารุมณีรัตน์ ผู้ประสานงานเมืองสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาของเมืองภูเก็ตในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก ที่มุ่งต่อยอดสินทรัพย์ด้านอาหารของเมืองที่มีอยู่ดั้งเดิมและส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยการจัดอบรมผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อการพัฒนาเมือง เพื่อผลักดันให้มีการรังสรรค์เมนูอาหารที่แปลกใหม่ การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีและ Social Media ในการทำการตลาด เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ในโลกยุคใหม่ การให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลเรื่องราวความเป็นมาของแหล่งวัตถุดิบอาหาร เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางในการบริหารเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน 
ขณะที่ประเทศสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก ที่เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยนางสาว ฟรีด้า ลอยด์ (Ms. Frieda Llyod) ผู้แทนจากเมืองโอเวอร์แสตรนด์ ประเทศแอฟริกาใต้ กล่าวว่า ข้อดีของการเป็นเมืองสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงการได้พัฒนาเมืองของตัวเองเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายการดำเนินงานไปในระดับภูมิภาค เมืองของเราเป็นศูนย์กลาง ซึ่งที่ผ่านมา เมืองโอเวอร์สแตนด์ ก็ได้ดำเนินการเช่นนั้น และปัจจุบันยังได้เป็นศูนย์กลางด้านอาหารของภูมิภาคเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยว และนางสาวอเล็กซิส ครัมป์ (Ms.Alexis Crump) ผู้แทนจากเมืองสึรุโอกะ (Tsuruoka) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า สึรุโอกะ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก ที่คำนึงถึงการผลิตที่รักษาสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ โดยพยายามสร้างความตระหนักร่วมกันตั้งแต่ต้นทาง คือผู้ผลิตวัตถุดิบ ไปจนถึงปลายทาง อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประชาสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
------------------------------------  




#UNESCO
#UCCN
#เพชรบุรี
#ตะลอนไปทั่ว

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

“Best Beef Meat Fest 2022”

“Best Beef Meat Fest 2022”

“Craft ‘N’ Roll Thailand ชวนวัดระดับความสุ(ก)ข
กับเทศกาลเนื้อครั้งยิ่งใหญ่ “Best Beef Meat Fest 2022” 5-6 มี.ค.นี้”

ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ส่งผลต่อประเทศไทยในหลายด้านทั้ง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน เสาหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศได้รับผลกระทบอย่างมาก 
Craft ‘N’ Roll Thailand ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสระบุรี และเทศบาลตำบลมวกเหล็ก เชิญชวนคอเนื้อ ห้ามพลาด! เทศกาลกินเนื้อครั้งยิ่งใหญ่ จังหวัดสระบุรี กับงาน ‘Best Beef Meat Fest 2022’ โดยรวบรวมร้านเนื้อชั้นดีหลากหลายเอาไว้กว่า 40 ร้านค้า ภายในงานแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ทั้งหมด 4 โซนด้วยกัน สำหรับโซนแรก ‘ที-โบน โดนเนื้อ’ รวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ทั้งโคนมและโคเนื้อ รวมถึงเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ต่อด้วย โซน ‘ริบอาย By Chef’ ได้รับเกียรติจากเชฟชื่อดังรายการ FOODWORK อย่าง เชฟบุ๊ค-บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต ที่จะมารังสรรค์เมนูเด็ดกันสดๆภายในงาน ตามด้วยโซนพิเศษ ‘ตั้งแคมป์ดูดเนื้อ’ สำหรับสายแคมป์ถ่ายรูปสร้างคอนเทนท์เก๋ๆ โพสต์ลงโซเชียล โดยมีเนื้อและมาชเมโล่เสียบไม้ให้ย่างฟรี
ปิดท้ายด้วยความบันเทิงจากศิลปิน ที่ยกขบวนมาสร้างความสุข อย่าง ทักษ์ เหล็กกล้า, MIRRR และ SLAPKISS ภายในโซน ‘เสือร้องให้(ฟัง)’ เรียกได้ว่ารวบรวมทุกมิติของเนื้อ และความบันเทิงครบรสไว้แล้วที่นี่ 
ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมเอาใจสายกิน กับการแข่งขัน ‘KING OF BEEF’ ศึกเจ้าเนื้อ โดยแบ่งออกเป็น 2 หมวด หมวดกินเร็ว จะมีการแข่งขันในวันที่ 5 มีนาคม และหมวดกินจุ จะแข่งขันในวันที่ 6 มีนาคมนี้ มาร่วมท้าชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสมัครลงแข่งผ่านทางช่องทางออนไลน์ พร้อมระบุประเภทที่จะลงแข่งขัน โดยมีค่าสมัคร คนละ 500 บาท ในส่วนของกติกา จำกัดจำนวนผู้เข้าแข่งขัน 10 คน/วัน/ประเภท แบ่งเป็น ชาย 5 คนและหญิง 5 คน ทีมงานจะเลือกผู้ลงทะเบียน 1​0 คนแรกของแต่ละประเภทเพื่อเข้าแข่งขัน
นอกจากกิจกรรมความสนุกภายในงาน จากที่จัดงานยังสามารถมาเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ กันได้อีกไม่ว่าจะเป็น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ฟาร์มสายทอง ชุมชนหนองย่างเสือ และอีกหลายสถานที่ บอกได้เลยงานนี้ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งบรรยากาศ ความอร่อย ความฟิน จุใจครบรสกันเลยทีเดียว
พบกับเทศกาลกินเนื้อ ที่คนรักเนื้อไม่ควรพลาด มาร่วมสร้างความสุ(ก)ข กันได้ในวันที่ 5 - 6 มีนาคม 2565 ณ Muaklek Cowboy City จ.สระบุรี ตั้งแต่เวลา 15.00 - 23.00 น. งานนี้เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนเข้างานผ่าน Application QueQ และก่อนเข้างานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม และผลตรวจ ATK เป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ติดตามความความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Craft ‘N’ Roll Thailand 

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"ลพบุรี" ประดับไฟตกแต่งโบราณสถานและสถานที่สำคัญ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์ฯ11-20กพ.65

"จังหวัดลพบุรี" เตรียมประดับไฟตกแต่งโบราณสถานและสถานที่สำคัญ 10 จุด เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วันที่ 11 - 20 กุมภาพันธ์ 2565 นี้

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว หลังการประชุม การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ประจำปี 2565 ว่า การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชปีนี้ จะปรับรูปแบบ เน้นเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) งดการจัดมหรสพและการขายสินค้าต่างๆที่เป็นแบบคาราวานสินค้า แต่จังหวัดจะส่งเสริมให้ประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีเป็นผู้ขายสินค้ามากกว่า

โดยระหว่างวันที่ 11 - 20 กุมภาพันธ์ 2565 จังหวัดจะประดับตกแต่งไฟให้สวยงามในบริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอก พระนารายณ์ราชนิเวศน์ โบราณสถาน และสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี ประกอบไปด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เทวสถานปรางค์แขก บ้านหลวงรับราชทูต(บ้านวิชาเยนทร์) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ศาลลูกศร วัดปืน สถานีรถไฟ วงเวียนสระแก้ว และศาลากลางจังหวัดลพบุรี

ซึ่งจะดำเนินการจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการควบคุมโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข ให้ทุกท่านที่เข้ามาชมความงามของโบราณสถานยามค่ำคืนต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด อาทิเช่น มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็ม สวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และการเข้ามาถ่ายภาพในพระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานต่างๆ นั้น อนุโลมให้สวมใส่เฟสชิวได้ หากมีการเดินหรือเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งให้ใส่หน้ากากอนามัยด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ช่วงเช้าจังหวัดจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีบวงสรวงที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ช่วงบ่ายจะจัดพิธีเทิดพระเกียรติถวายพานพุ่มและรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วงเวียนเทพสตรี ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยจะมีผู้รำบวงสรวงประมาณ 3,500 คน ซึ่งมาจากทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และผู้รำทุกคนต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม และมีผลตรวจ ATK ภายใน 48 ชั่วโมง จำนวน 2 ครั้ง คือ ในวันซ้อมใหญ่และวันรำจริง **ขณะรำอนุโลมให้สวมใส่เฟสชิวได้เพื่อความสวยงาม
ทั้งนี้ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นวันรำจริง ทุกท่านสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ทางเพจของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 036-770096-7

#งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช #เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช #ลพบุรีเมืองน่าเที่ยว #TATLopburi #เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง #เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง อ.ด่านซ้าย​ จ.เลย​

อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง 

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เคยเป็นสมรภูมิรบ เมื่อปี พ.ศ. 2516 ในระหว่างที่มีการสู้รบ ระหว่าง ทหาร กับ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ 

ช่วงนั้น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ยึดฐานที่มั่น บ้านหมากแข้งไว้

และเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายัง "บ้านหมากแข้ง" อำเภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลย ทรงเยี่ยมบำรุงขวัญและพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีขวัญกำลังใจที่จะสู้รบกับผู้ก่อการร้ายแต่สงครามนั้นยังไม่สงบลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้รับสั่งให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเยี่ยมและได้บัญชาการรบเอง ในวันที่ 5 พ.ย.2519

จากนั้น สงครามได้จบลง ทำให้สถานที่แห่งนี้สงบสุข ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็น​อนุสรณ์​สถาน อีกแห่งที่สำคัญที่นักท่องเที่ยว​นิยมแวะมาเยี่ยมเยียน

#อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง
#สมรภูมิ
#บ้านหมากแข้ง
#ด่านซ้าย 
#จังหวัดเลย
#เที่ยวเลย
#เที่ยวอิสาน
#ตะลอนไป​ทั่ว